วันอาทิตย์, 27 พฤศจิกายน 2565

โค้ชหระ รับหน้าที่คุมทีม ช้างศึก ยู-23 มี บิ๊กหยิม นั่งเก้าอี้ผอ.ทีม

โค้ชหระ รับหน้าที่คุมทีม ช้างศึก ยู-23 มี บิ๊กหยิม นั่งเก้าอี้ผอ.ทีม

สมาคมฯ ประกาศแต่งตั้ง “บิ๊กหยิม” ยุทธนา หยิมการุณ นั่ง ผอ. “ช้างศึก ยู-23” และได้ “อิสสระ ศรีทะโร” ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน

ความเคลื่อนไหวของ ทีมชาติไทย ในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ล่าสุดสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศแต่งตั้ง นายยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกสมาคมฯ เป็นผู้อำนวยการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมด้วย นายอิสสระ ศรีทะโร ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ประกอบไปด้วย ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน นายบำรุง บุญพรม อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ชุดลุยฟุตบอลเยาวชนโลก 1997 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี, นายครองพล ดาวเรือง อดีตกองกลางทีมชาติไทย, ดร.ประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, นายทศพล สีดาพันธุ์ ผู้ฝึกสอนฟิตเนส

พร้อมกับยังมีทีมงานที่ปรึกษา ประกอบด้วย นายรังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค อดีตกองกลางทีมชาติไทย,นายอนันต์ อมรเกียรติ อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติ เป็นที่ปรึกษาทั่วไป,นายประสิทธิ์ เทาดี ผู้ช่วยด้านการวิเคราะห์วีดีโอ, นายสกุลชัย ช่างนาวา จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาด้านกฎ กติกา สำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ

โดย “บิ๊กหยิม” ในฐานะอำนวยการทีมชาติไทย U23 กล่าวว่า…”ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการได้รับมอบหมายหน้าที่เป็นผู้อำนวยการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จากท่านนายกสมาคมฯ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และแน่นอนว่า หน้าที่หลักของผมคือการอำนวยความสะดวกทุกอย่างแก่ทีมชุดนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่า เราต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของสมาคมฯ ที่ได้รับผลกระทบในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะโควิด 19 ที่สร้างผลกระทบมาตลอด 3 ปี วันนี้เราต้องยอมรับว่าสมาคมฯ ประสบกับปัญหาสถานการณ์ทางการเงินในการใช้บริหารจัดการทั้งฟุตบอลลีกอาชีพ และฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด”

“ผมพร้อมเข้ามาประสานจัดการด้านต่างๆ ประสานงานกับสโมสรสมาชิก และสปอนเซอร์ที่พร้อมให้การสนับสนุน เพราะฟุตบอลทีมชาติเป็นของคนไทย ผมยังมั่นใจว่าเราแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง แน่นอนว่าหน้าที่หลักของผม จะมีหน้าที่คอยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ นอกสนามทั้งหมดสำหรับทีมชุดนี้ ส่วนเรื่องในสนาม จะเป็นหน้าที่สำหรับทีมงานผู้ฝึกสอน และตัวผมเองก็จะคอยสนับสนุน เพื่อให้ทีมเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นมากที่สุด”

“สุดท้ายก็อยากฝากแฟนบอลทีมชาติไทย ทุกท่าน เป็นกำลังใจให้ สตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬาชุดนี้ เราต้องไม่ลืมว่าทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะก้าวไปเป็นทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในอนาคต ผมเข้าใจถึงความคาดหวังของทุกท่านเป็นอย่างดี และจะพยายามทำหน้าที่ให้ออกมาดีที่สุดเพื่อให้ทีมขับเคลื่อนไปข้างหน้าและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ อาทิ ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ และ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งจะเป็นเส้นทางไปสู่ โอลิมปิค ที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024 หลังจบภารกิจในอายุเต็มรุ่นแล้ว นักเตะชุดนี้ก็จะก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไป”

ด้าน อิสสระ ศรีทะโร กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอบคุณ สมาคมฯ และผู้บริหารทุกท่านที่ให้โอกาสผมกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับทีมชาติไทย ผมรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาร่วมงานกับน้องๆ นักเตะทุกคนอีกครั้ง น้องๆ ส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยและเรียนรู้กันมานานพอสมควร ซึ่งเป้าหมายคือการต่อยอดและยกระดับขึ้นจากเดิม”

“โลกของฟุตบอลมีการปรับเปลี่ยนไปข้างหน้าตลอด ความเข้มข้นของการแข่งขัน ทุกทีมล้วนมีการยกระดับที่ดีขึ้น ฉะนั้นสิ่งสำหรับทีมรุ่นนี้ คือ การพาน้องๆ ยกระดับการเล่นเพื่อประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายของสมาคมฯ”

“การเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย แน่นอนย่อมมีความกดดัน จากคาดหวังสูง ผมเรียนรู้และพยายามพัฒนาตัวเองเสมอ ผ่านประสบการณ์และโจทย์ยากมามากมาย ทั้งในการทำงานระดับสโมสร และทีมชาติ ผมพร้อมนำประสบการณ์ และทุกๆ สิ่งที่เรียนรู้มาจากโลกฟุตบอลมาใช้เพื่อยกระดับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี”

“ตามแผนและเป้าหมายของสมาคมฯ คือ โอลิมปิก ที่ฝรั่งเศส ดังนั้น เราต้องยกระดับการเล่นในทุกๆ ทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ เราจะต้องพร้อมและพยายามทำให้ดีที่สุด ฟุตบอลทีมชาติ ยิ่งโตขึ้นเวลาน้อยลง เราต้องไม่มีข้ออ้าง และต้องพยายามต่อยอดให้ดีขึ้นทั้งในระดับอาเซียน และเอเชีย”

“ในแต่ละทัวร์นาเมนต์ ผมเชื่อมั่นว่าทุกสโมสรพร้อมให้โอกาสนักเตะมารับใช้ชาติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน เพราะถือเป็นความภาคภูมิใจของตัวนักกีฬา และสโมสร ซึ่งตรงนี้เราต้องบริหารจัดการและประสานงานทำความเข้าใจกับสโมสรอย่างต่อเนื่อง”

“ผมเชื่อมั่นว่านักฟุตบอลคนไทย และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมทั้งทุกสโมสร ทุกคนพร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีมชาติไทย สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จะพาทีมชาติไทยของเราก้าวไปสู่จุดหมายได้”